2007/Apr/08

วันนี้รู้สึกเซ็งๆ และ เหงาๆมากๆ หลังจากเมื่อกี้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาเหมือนเจอกับอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นในบ้านของเรา
ความจริงมันก็ไม่ได้แปลกอะไรหรอกนะ เพราะ ที่บ้านของเราก็มีคนเจอมานักต่อนัก แม้แต่เราเองก้เถอะ เจอมาไม่รู้กี่ครั้งแล้วด้วยซ้ำ
แต่วันนี้อยากเขียนเล่าเอาไว้ เพื่อประมวลผลเหตุการณ์ทั้งหลายที่เราเจอในบ้านของเรานี้ เอาเท่าที่จำได้ตั้งแต่สร้างบ้านนี้ขึ้นมา
ตอนนั้นยังมีปัญหาเรื่องแบบเปล็น และ ที่ดิน บ้านก้ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเท่าไหร่ แต่มีหลังคามีข้างฝา ให้เข้ามาอยู่ได้ ตอนนั้นเพื่อนน้าชาย
มานอนก้เจอคนใส่ชุดไทย สวยงามมาก เดินออกมาจากเสา แล้วบอกว่าไปซะ อย่ามานอน จนต้องเปิดเปิงไปกลางดึก
หลังจากนั้นเราเข้ามานอนกับแม่ สมัยเรียน ม.1 เห้นจะได้ ยังนอนกลางมุ้งอยู่เลยเพราะบ้านเพิ่งจะเสร็จ เราก้เห็นคนแก่นั่งล้อมวงเล่นหมากรุกปลายที่นอน
หลังจากนั้นคนใกล้เคียงก้ยังเห็นอยุ่เนืองนิตย์ บ้างก้เห็นคนยืนหวีผมที่หน้าต่างห้องนอนเก่าของเราชั้นบน หน้าตาเหมือนแม่เราทั้งที่ตอนนั้นแม่ก้ยังไม่ตายด้วยซ้ำ
น้าสะใภ้ของเราเคยลงมาเข้าห้องน้ำตอนดึก เห้นกับตาเลยว่ามีคนเดินนำหน้าลงมาก่อนทำเอาเธอขนหัวลุก หายปวดไปเลย
ตอนประมาณ ม.ปลาย เราเคยเดินขึ้นบ้าน ยังไม่ได้เปิดไฟบนบ้าน จะขึ้นไปเปิดไฟ แต่มีแสงสะท้อนจากข้างล่างให้พอมองเห็น
เราเห้นคนแก่ ชะโงกหน้าออกมายิ้มให้เรา แต่ตอนนั้นคิดว่าคงเป็นตาเพราะลักษณะหน้าตาและ การยิ้มที่เราเห็นเหมือนมาก
ครั้งนึงเคยอยู่บ้าน 3 คน มีเรา น้าสะใภ้ และน้องดูหนังกันอยู่ข้างล่างแต่มีเสียงคนเดินบนบ้าน นานมาก จนเราต้องขึ้นไปเปิดไฟดุ ปรากฏว่าไม่มีอะไร
น้องสาวคนที่สองเลือกที่จะมาอาศัยนอนห้องเราตั้งแต่เล้ก จนมันไปอยู่ที่อื่น ก็ด้วยเหตุผลที่ว่าเห้นคนนั่งอยุ่บนตู่เสื้อผ้าในห้องมันกลางดึก
หลังจากที่แม่เราตายไป ห้องนอนเก่าเราก้ไม่ได้ขึ้นไปนอนอีก เลยแลกห้องกับป้าเพราะเราลงมานอนห้องแอร์
กระดูกแม่ กับ พ่อเรา จะอยู่ในห้องที่ป้านอนนั่นแหละ เพราะแม่เคยสั่งไว้ว่า แม่ตายอย่าเอากระดุกไปไหน แม่จะอยุ่ที่นี่เพราะแม่รักบ้านนี้
ป้า ก้เห็นแม่เรามาหาหลายครั้ง ทั้งๆที่ป้าเองเป็นคนไม่เชื่อเรื่องผี...
เมื่อไม่เกิน 4 เดือนที่ผ่าน้าชายเราเห็นเด็กหัวจุกกระโดดลงมาจากหน้าต่างกลางดึก...
แล้วช่วงที่เรายังไม่ได้ ทำงาน กลางวันที่อยู่บ้านคนเดียว ก้จะรุ้สึกว่า ในบ้านมีคนอยู่ด้วย บางทีก้มีเสียงคนเดินขึ้นบันได คนเดินบนบ้าน ยังไงบอกไม่ถุก
และเมื่อกี้นี้เอง ล่าสึด ขณะนี้เวลา 19.30 เมื่อกี้ ประมาร 18.30 เรานั่งเล่นเน้ตอยุ่คนเดียวในบ้าน ยังไม่ได้เปิดไฟข้างนอกสักดวง เพราะเราอยู่ในห้องนอนเรา
ได้ยินเสียง คนกระโดดบนบ้าน ดังมาก 2-3 ครั้ง จนทนไม่ได้ ต้องเดินออกไปเปิดไฟ และ ขึ้นไปเปิดไฟ เปิดห้องข้างบนดู ก้ไม้มีวี่แววของแมว หรือ ใครแต่อยางใด
เพราะแมวเปอร์เซียร์ที่บ้าน ร้อยวันพันปี ไม่เคยกระโดดร้องเหมียวๆ ยังนับครั้งได้ด้วยซ้ำ...เราเลยคิดว่าแน่แล้วแหละ
จากการศึกษาเรื่องไตรภูมิพระร่วงของเรา ทำให้เรารู้ว่า ในมนุษยภูมินี้ ยังมี สัตว์นรก อีก 3 จำพวกที่อยุ่ปะปนกับเรานั่นคือ...
เดรัจฉาน อันได้แก่ พวกสัตว์ ที่ลำตัวขนานกับพื้นโลก
เปรต อันได้แก่ ดวงวิญญาณที่ต้องหิวโหยชั่วกัปชั่วกัลปืเพราะกิเลส อันได้แก่ ความโลภ โกรธ และ หลง
อสุรกาย อันได้แก่ วิญญาณที่ต้องทุกข์ทรมาน เพราะกรรมชั่วเช่นเดียวกับเปรต แต่มีบางอย่างที่แตกต่างกัน
เปรตและ อสุรกายจะร้องขอส่วนบุญอยุ่เนืองนิตย์ จะไม่สามารถ ได้เสวยบุญของผุ้อื่นได้ นอกจากบุญของญาติตัวเองที่จะส่งมาถึง นั่นเป็นเหตุผล
ที่คำถวายทาน จะลงท้ายว่า เพื่อประโยชน์และ ความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย และ แก่ญาติทั้งหลาย...เพราะ ญาติของเราที่อยุ่เป็นเปรตและ อสุรกาย
จะรอส่วนบุญจากของเราเท่านั้น....
และนี่คือเหตุผลที่เราเลือกสวดมนตืไหว้พระ ในตอนกลางคืน ยิ่งดึกยิ่งชอบ เพราะรุ้สึกว่าการที่เราสวดมนต์ไหว้พระ ดังๆ จะทำให้วิญญาณ เหล่านั้น ได้ยินและได้รับกุศลนั้นไปด้วย เชื่อหรือไม่ว่าทุกครั้งที่ไหว้พระตอนดึก ขนจะลุกตลอดเวลา บางทีจะได้ยินเสียงแว่วๆแปลกๆ แต่เราไม่กลัว เพราะ ไม่กลัวผีมาแต่เด้กอยู่แล้ว และทุกครั้งที่สวดเสร็จจะแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทั้งหมด ตั้งแต่สวรรค์ชั้นพรหมณ์ จน ถึงสัตว์นรกโลกันต์ด้วยหลังว่าญาติทั้งหลายของเราจะได้รับกุศลแห่งการภาวนานั้นไปด้วย นี่เลยเป็นอีกสาเหตุหนึ่งกระมังที่ทำให้ดวงของเราไม่เคยตกลงถึง 0 อาจมีช่วงตกบ้างแต่ก้ไม่ลำบากเพราะจะมีกัลยาณมิตร และ ผุ้อุปถัมภ์ ช่วยค้ำจุน ตลอดเวลา...เพราะ อานิสงแห่งบุญนี้เอง
ตัวเราเองก้ไม่ใช่ว่าจะไม่บาป แต่ตั้งแต่ที่ศึกษาเรื่องไครภูมิพระร่วงรู้สึกว่าเกิดความละอายต่อบาป มากขึ้น ทำบาปน้อยลงมาก ถ้าไม่จำเป้นจริงๆ จะไม่ทำเลย เพราะ บาปเก่าที่เราเคยสร้างไว้ อันได้แก่ ด่าว่าผู้มีพระคุณ และ ทำให้คนอื่นเสียใจและเสียทรัพยื ก้ทำให้เราต้องเสวยบาปเป้นสัตว์นรกต้องกินถ่านไฟ แกลบไฟ และ ลงดอกบัวเหล้กในทะเลน้ำกรดแล้ว...พอแล้ว เพียงพอแล้ว....หนักเกินไปแล้วเกินจะแบกแบกมันไว้จนเต็มบ่า...
เลยได้แต่หวังว่าการเขียนบทความนี้เพื่อตีพิมพืในบล็อกของเรา และ จะเอาไปลงในบล็อกเอ็กทีน เพื่อให้ผุ้อื่นได้อ่าน ด้วยกุศลจิตนี้ แม้จะมีผุ้อ่านแค่เพียงคนเดียว ก็ถือว่าเราได้เผยแผ่ บุญ.......อย่างน้อยก้คงทำให้คนที่อ่านฉุกคิดสักนิดกอนจะทำบาปนั้น.....
ปล......ขอให้บุญจงรักษาผุ้ปฎิบัติดีด้วยกุศลจิต ด้วยเถิด

edit @ 2007/04/08 20:01:12
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ่านแล้วหลอนๆแฮะฮับ...
#1  by  DDP At 2007-04-08 20:19, 
หงะ เราเป็นคนกลัวผีมากเลย หนังผียังไม่กล้าดูเลย อ่านแล้วขนลุก
#2  by  เจนเนสซ่า At 2007-04-08 20:36, 
แห่ะ แห่ะ
น่ากัว
#3  by  ลำดวน At 2007-04-08 20:40, 
เมื่อกลางวันเพิ่งดูหนังเรื่อง นรก ไปอะพี่ ตอนเด็กๆเคยเผาตูดมดอะเหอๆๆ... แต่เดี๋ยวนี้มดสักตัวก้อไม่ฆ่าช่วยตลอด ยุงก้อไม่ตบนะปล่อยให้มันกัดให้อิ่มแล้วมานก้อหยุดกัดเอง หรือหนีไปที่ที่ไม่มียุงเหอๆ

แต่เป็นคริสต์ง่ะ นรกของคริสก็อยู่กับลูซิเฟอร์หรือซาตานนั่นเอง ในไบเบิลบอกไว้ว่าเป็นทุ่งไฟ ไม่ได้อธิบายละเอียดเท่าของพุทธ... แต่ว่า เคยโดนฉีดยาชามะถุกผ่าถูกเผาก้อไม่รู้สึก คนเราจะเจ็บได้เส้นประสาทต้องทำงานปรกตินะ เต๊าะว่าการทรมารในนรกมันไม่ใช่การทรมารทางร่างกายหรอกนะ เพราะว่าร่างกายทำให้เรารู้สึกเจ็บ ตามหลักความจริงแล้ว ถ้าเราไม่มีร่างกายเราจะเจ็บหรอ เต๊าะว่ามันเป็นอะไรที่เราไม่รู้มากกว่านะ เป็นการทรมานระดับขั้นวิญญาณ มันจะทรมานแบบไหนนะ....

ปล.เรื่องรายละเอียดในคัมภีร์อย่าไปเชื่อมาก คนเขาเขียนขึ้นมาอีกที กลั่งกรองแล้วว่ามีประโยชน์ต่อผู้ศึกษาศาสนา มันไม่จริงทั้งหมดหรอกรายละเอียดน่ะ คนเรามีจินตนาการและอุบาย และรู้ว่าทำยังไงให้คนที่อ่านทำผิดน้อยที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อให้เผ่าพันธุ์ของเราอยู่ร่วกมันอย่างมีความสุข.. จงทำดีในสิ่งที่มันดีด้วยตัวมันเองเหอะ เพระมนุษย์เป็นสัตว์ที่มีเหตุผลนะจ๊ะจะบอกให้.......
#4  by  เต๊าะจ้า (124.121.136.209 /192.168.50.241) At 2007-04-08 21:09, 
พี่เปรมบอกเม้นเรื่องผีด้วยอะ.....

ในความคิดเห็นนะ ผีเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ว่ามีจริง เราไม่สามารถที่จะจับต้องเรื่องแบบนี้ให้เป็นรูปธรรมขึ้นมาได้อะ คิดดูถ้าเต๊าะเจอผีแล้วสามารถพูดคุยกันได้ อะไรจะเกิดขึ้น เต๊าะจะล่วงรู้ความลับทั้งหมดที่ผีรู้เลยล่ะ ถ้าผีตัวนั้นบอกนะ...

เต๊าะคิดว่าเรื่อง ผี มันก็เหมือนกับเรื่องพระเจ้านั่นแล่ะ มันน่าจะมีจริงแต่เราพิสูจน์ไม่ได้ มันเป็นเรื่องเหนือที่มนุษย์จะรู้ได้ เพราะเรามีประสาทสัมผัสไม่พอ ก็เหมือนกับถ้าเราไม่มีตาเราจะไม่รู้ว่าสีแดงมันเปนยังไง มันก็เหมือนกัน...

มนุษมักกลัวสิ่งที่ไม่คุ้นเคย เมื่อก่อนกลัวฟ้าผ่า เสียงดังฟ้าแล่บพลังอันมหาศาลผู้คนกราบไหว้ แต่พอปัจจุรู้ว่าฟ้าผ่าคืออะไร เราก็จะไม่กลัว... ผีก็คงเหมือนกันนะ ผีก็เคยเป้นคน คนก็เคยเป็นผี ถ้าตายไปเป็นผีเราจะกลัวตัวเองไหมนี่ แปลกดีนะคนเรา บาทีสิ่งที่มองไม่เห็นมันน่ากลัวว่าสิ่งที่มองเห็นนะว่ามั๊ย เพราะเราสามารถจินตนาการได้น่ากลัวที่สุด... หลอน...
#5  by  เต๊าะจ้า (124.121.136.209 /192.168.50.241) At 2007-04-08 21:19, 
ผีมีอยู่ทุกทีแหละ...เพียงแต่เค้าอยากจะให้เราเห็นหรือป่าว...
#6  by  Alize (124.120.149.24) At 2007-04-08 22:04, 
เชื่อนะว่ามี แต่การที่จะเห็นได้เนี่ยยากนะ
ถ้าเห็นก็ลองถามเค้าสิว่าต้องการอะไร
ช่วยได้ก็ช่วยเค้าไปล่ะกัน

ทำบุญได้หลายอย่าง ก็ทำเยอะๆ เวลาตายไปก็จะได้ไม่ลำบากนะ
เรามักจะมีประสบการณ์แบบนี้เวลาไปนอนค้างโรงแรมที่ไปเที่ยวแฮะ เจอตั้งแต่อาบน้ำอยู่มีคนมาขย่มประตูห้องน้ำในห้องพักโรงแรม (ตอนแรกนึกว่าเพื่อนเข้ามาหยิบของ แต่ไปถามเพื่อนทีหลังมันก็ว่าเราบ้าเพราะตอนนั้นมันนั่งล้อมวงกันอยู่ข้างล่าง ไม่มีใครเดินขึ้นมา)
คราวก่อนไปเที่ยวเชียงใหม่ ตอนกลางคืนนอนก็ได้ยินเสียงเหมือนผู้หญิงกระซิบกระซากคุยโทรศัพท์กับแฟนอยู่ข้างหู หลอนอีกเหมือนกัน
ส่วนตัวศึกษาเรื่องลึกลับอยู่บ้างพอเป็นงานอดิเรก ถ้าเอาตามหลักของตะวันตก สิ่งที่คุณเจอเขาเรียกว่าโพสเตอร์ไกด์ ความรุนแรงระดับต่ำ คือยังไม่ทำร้ายคน พวกนี้เกิดจากความไม่เสถียรของพลังงาน คือสมมติฐานเขาว่า พวกนี้มีอยู่ในสถานะพลังงานรูปหนึ่ง สะสมพลังงานไปเรื่อย ๆ พอพลังงานของเขาไม่เสถียรก็ต้องปลดปล่อยออกมาโดยการหลอนนี่แหละนะ
แต่อ่านเรื่องคุณแล้ว นึกถึงตอนหนึ่งของหนังเรื่อง "เปนชู้กับผี" ขึ้นมาเลย
"พวกเขามีอยู่ทุกที่ บางทีตอนที่เราคุยกันอยู่นี้ เขาก็อาจจะยืนอยู่ข้าง ๆ เราแล้วก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่า เราจะยอมรับพวกเขาได้หรือไม่"
#8  by  บัส At 2007-04-08 23:01, 
เออ ลืมเขียน สงสัยว่าบ้านคุณเลี้ยงกุมารทองรึเปล่าน่ะ อาการคล้าย ๆ บ้านคนรู้จักเราเลย
แต่ไม่ต้องห่วงนะ ท่อง นโม ฯ ไว้ จะไม่สะดุ้งกลัว ถ้าเราประกอบแต่กุศลกรรมก็ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะทำอะไรเรานะ
#9  by  บัส At 2007-04-08 23:05, 
เป็นคนเฉยๆกับเรื่องพวกนี้อ่ะ....
แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจริงไม่จริงยังงัยนะ...
ชอบดูหนังสยองขวัญเหมือนกัน..
บุญรักษา....

ปล.มาเยี่ยมแล้วค่า....อิอิ
#10  by  Tasunyae At 2007-04-08 23:44, 
ค่ะ
กัว.......
#12  by  NuNual At 2007-04-09 01:50, 
มานั่งอ่านๆคอมเมนท์แล้ว เมนท์ความเห็นคนอื่นอีกต่อเล่นละกันนะฮับผม อิอิ

...เอาเรื่องวาดรูปเหมือนก่อน ...ข้าน้อยไม่รับประกันนะฮับว่าวาดแล้วจะเหมือน เอิ๊กๆๆ
เรื่องนรก ทั้งทางพุทธ ทางคริสต์ จริงๆก็ได้ยินว่ามีการลงรายละเอียดเกี่ยวกับนรกไว้มากเหมือนกันนะฮับ แต่รายละเอียดมันต่างกันออกไป แม้ในพุทธเองก็ยังแยกเป็นหินยาน กับมหายาน ซึ่งรายละเอียดก็ไม่เหมือนกันแล้วฮับ แต่ที่เหมือนกัน คือนรก เป็นสถานที่สำหรับลงโทษผู้ทำความผิดในลักษณะเดียวกับที่ทำผิดมานั่นแหล่ะฮับ

เปรียบเทียบกับคำว่า สวรรค์ในอก นรกในใจ เป็นไปได้หรือไม่ว่า จริงๆแล้ว มันเป็นการลงโทษตัวเองน่ะฮับ คนเราเวลาทำสิ่งที่แย่ จิตใจก็ติดความหดหู่ เศร้าหมอง ร้อนรน เหล่านั้นมาฮับ (แม้บางคนอาจจะชิน ทำให้ความรู้สึกเหล่านี้ลดลงไปบ้างก็ตาม แต่ไม่ใช่ว่ามันไม่เกิด แต่มันเกิดแล้วชินชา) เมื่อสิ่งเหล่านี้สะสมเข้าก็กลายเป็นสิ่งที่กลับมาตอบแทนเราเอง ในรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามพื้นเพความคิดของแต่ละคน แต่ละศาสนา แต่ละแนวความคิด น่ะฮับ... เหอะๆ ถ้าพูดแบบนี้ จะนึกถึงเรื่อง what dreams may come กันรึเปล่านะฮับ ที่สวรรค์-นรก ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นกับสิ่งที่อยู่ในใจของคนเหล่านั้นน่ะฮับ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดดีนะฮับผม
#13  by  DDP At 2007-04-09 02:56, 
น่ากลัวจังค่ะ

หลอนด้วยยยยยยย
#14  by  !2know ++ At 2007-04-09 11:21, 
กลัวปี๋....


ขอบคุนที่ไปเม้นหั้ยนะค่ะ
#15  by  เด็กหญิง อมยิ้ม☂ At 2007-04-09 21:33, 
ขอโทษที่ไม่ได้อ่านนะขอรับ...ข้าน้อยกลัวผีอะ

ขอบคุณที่เม้นท์ด้วย
#16  by  Gunso At 2007-04-10 10:31, 
สวัสดีปีใหม่ไทย แวะมาสาดน้ำค้าบ ขอให้สดชื่นเย็นสบายตลอดปีคับ
..
ถ้าอ่านตอนกลางคืนคงขนลุกแน่เลย น่ากลัวจัง
ทำบุญให้พวกเค้าเยอะ ๆ
และแผ่เมตตาให้เค้าอย่างที่ prem น่ะดีแล้วค่ะ
ถ้าเราไม่ไปลบหลู่เค้า เค้าก็จะไม่ทำร้ายเรา
บางทีกลับดีซะอีกนะ มีผีคุ้มครอง
(อ่ะ !นี่แสดงว่าเป็นคนดีสิเนี่ย "คนดีผีคุ้มไง " )
#18  by  iam At 2007-04-15 17:55, 
ผมเคยเจอจัง ๆ ที่ออฟฟิศเก่าที่ผมเคยทำงานน่ะ เป็น house office เช่าบ้านเขาเป็นที่ทำงาน ตกดึกวันนั้นผมอยู่คนเดียว พี่แกมารูดคีย์บอร์ดคอมเล่นตลอดทั้งคืนเลย แล้วชอบเลือกเครื่องที่อยู่ตรงข้าม กับ ข้างหลังผมด้วยอะ
#19  by  Black Sheep RoYaL At 2007-04-16 23:20, 
เค้ากัวง่ะ
#20  by  ~--๏~* Cally*~๏--~ At 2007-04-17 20:46, 
เหตุผลที่เราเจอผี มีอยู่เพียง 2 สาเหตุครับ คือ

1. มาเตือน
2. มาขอส่วนบุญ

ที่จริงถ้าเจอต้องถือว่าโชคดีมากๆครับ
ไม่น่ากลัวหรอกครับ
อันนี้เป็นเศษเสี้ยวความรู้ที่ได้จากการบวชละนะ
#21  by  8anana7 At 2007-04-24 12:07, 
อู๊ยยยยย
ขนลุกเลย
แต่ผอสระอีนี่
นู๋ก้อเจอนะแต่ไม่บ่อย
แต่พี่มาคุยกะพี่นู๋ได้เลย
เจอบ่อยมากกกกก
เหอะๆ
ไม่มีไรหรอก
แวะมาอ่านแล้วเม้นให้เฉยๆ
ไปแล้วนะคะ
บ๊าบาย
#22  by  N[e]AyZzAa At 2007-04-26 23:00, 
อยากดูๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
#23  by  jd (125.25.170.208) At 2007-07-17 14:35, 


.....
จากปาก นร. ม.3 อ่านเล่นๆแล้วแต่ใครจะเชื่อ(อย่าว่ากานนะ) เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนึงเด็กคนนี้ชื่อ เอ เป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่สาม วันนั้นเป็นวันสอบซ่อม เอได้มาที่ รร เพื่อที่จะสอบซ่อม ระหว่างที่รอเพื่อนๆอยู่นั้น เอ ก้อเหลือบไปเห็นสิ่งๆหนี่ง เขาเดินเข้าไปใกล้ๆกับสิ่งๆนั้น มันคือกล่องใส่กระดาษกล่องหนึ่งเอนั้นไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร แต่เขากอ้ได้เก็บกล่องนั้นไป หลังจากที่เขาสอบซ่อมเสร็จแล้ว เอและเพื่อนๆก้อกลับบ้านทันที พวกเขาอยากรู้ว่าในกล่องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ ตกกลางคืน เอและเพื่อนๆก้อไปที่สนามเดะเล่น และเปิดกล่องๆนั้นข้างในกล่องมีกระดาษสีดำเขียนอยู่หนึ่งแผ่น นกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ว่า * สวัสดี เราชือเปลว เป็นเด็กนร คนนึงราถูกฆาตกรโรคจิต ข่มขืนและฆ่า หมกอยู่ในป่าแห่งหนึงที่นั่นหนาวเน็บ ไม่มีแม้แต่เสียงหายใจของมนุษย์เราพยายามร้องให้คนมาช่วยแต่ก้อไม่มีคายมาตอนนี้เราเหงาเหลือเกินต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว จะมีครายมาอยู่เป็นเพือนเราบ้างไหม ถึงผู้ที่ได้อ่านข้อความของเราถ้าเทอไม่อยากให้เราลากเทอมาอยู่เป็นเพื่อนกันเรา จากนี้ไปเป็นเวลา 7 ชั่วโมงขอให้เทอก๊อปข้อความข้างบนนี้ส่งต่อให้สืออะไรก้อได้ เป็นจำนวน 2 coppy แต่ถ้าเทอไม่ทำตามอีก 7 ชั่วโมง จากนี้ ฉันจะไปตามเทอมอยู่เป็นเพื่อน * หลังจากที่เอได้อ่านนั้นเอก้อไม่เชือและไม่ยอมทำตาม7 ชั่วโมงให้หลัง เอ และเพื่อนๆก้อได้ตายโดยที่ไม่มีสาเหตุ ********************************* เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง จนถึงขณะนี้ หมอและตำรวจยังไม่สามารถรู้ได้ว่า คายที่เป็นคนฆ่าเด็กเหล่านั้น --------------- ตอนนี้พวกเทอที่ได้อ่านกระทู้นี่ ก้อคงได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด นั่นคือ เทอจะต้อง copy ข้อความนี้ เป็นจำนวน 2 copy แต่ถ้าเทอไม่ทำตามที่เด็กคนนั้นขอ เทอจะต้องไปอยู่เป็นเพื่อนกับเด็กคนนั้น อีก 7 ชั่วโมงให้หลัง ขอให้พวกเทอทุกคนโชคดี ---------------- ถ้าใครไม่เชื่อ ก้อกรุณาอย่าลบหลู่ โทดที น่ะ แต่เรากลัว ถ้าเว็บมาสเตอร์ไม่ชอบใจก็ต้องขอโทษนะคะ เราเกิดไปอ่าน เข้า


จากปาก นร. ม.3 อ่านเล่นๆแล้วแต่ใครจะเชื่อ(อย่าว่ากานนะ) เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนึงเด็กคนนี้ชื่อ เอ เป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่สาม วันนั้นเป็นวันสอบซ่อม เอได้มาที่ รร เพื่อที่จะสอบซ่อม ระหว่างที่รอเพื่อนๆอยู่นั้น เอ ก้อเหลือบไปเห็นสิ่งๆหนี่ง เขาเดินเข้าไปใกล้ๆกับสิ่งๆนั้น มันคือกล่องใส่กระดาษกล่องหนึ่งเอนั้นไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร แต่เขากอ้ได้เก็บกล่องนั้นไป หลังจากที่เขาสอบซ่อมเสร็จแล้ว เอและเพื่อนๆก้อกลับบ้านทันที พวกเขาอยากรู้ว่าในกล่องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ ตกกลางคืน เอและเพื่อนๆก้อไปที่สนามเดะเล่น และเปิดกล่องๆนั้นข้างในกล่องมีกระดาษสีดำเขียนอยู่หนึ่งแผ่น นกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ว่า * สวัสดี เราชือเปลว เป็นเด็กนร คนนึงราถูกฆาตกรโรคจิต ข่มขืนและฆ่า หมกอยู่ในป่าแห่งหนึงที่นั่นหนาวเน็บ ไม่มีแม้แต่เสียงหายใจของมนุษย์เราพยายามร้องให้คนมาช่วยแต่ก้อไม่มีคายมาตอนนี้เราเหงาเหลือเกินต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว จะมีครายมาอยู่เป็นเพือนเราบ้างไหม ถึงผู้ที่ได้อ่านข้อความของเราถ้าเทอไม่อยากให้เราลากเทอมาอยู่เป็นเพื่อนกันเรา จากนี้ไปเป็นเวลา 7 ชั่วโมงขอให้เทอก๊อปข้อความข้างบนนี้ส่งต่อให้สืออะไรก้อได้ เป็นจำนวน 2 coppy แต่ถ้าเทอไม่ทำตามอีก 7 ชั่วโมง จากนี้ ฉันจะไปตามเทอมอยู่เป็นเพื่อน * หลังจากที่เอได้อ่านนั้นเอก้อไม่เชือและไม่ยอมทำตาม7 ชั่วโมงให้หลัง เอ และเพื่อนๆก้อได้ตายโดยที่ไม่มีสาเหตุ ********************************* เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง จนถึงขณะนี้ หมอและตำรวจยังไม่สามารถรู้ได้ว่า คายที่เป็นคนฆ่าเด็กเหล่านั้น --------------- ตอนนี้พวกเทอที่ได้อ่านกระทู้นี่ ก้อคงได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด นั่นคือ เทอจะต้อง copy ข้อความนี้ เป็นจำนวน 2 copy แต่ถ้าเทอไม่ทำตามที่เด็กคนนั้นขอ เทอจะต้องไปอยู่เป็นเพื่อนกับเด็กคนนั้น อีก 7 ชั่วโมงให้หลัง ขอให้พวกเทอทุกคนโชคดี ---------------- ถ้าใครไม่เชื่อ ก้อกรุณาอย่าลบหลู่ โทดที น่ะ แต่เรากลัว ถ้าเว็บมาสเตอร์ไม่ชอบใจก็ต้องขอโทษนะคะ เราเกิดไปอ่านเข้า


#24  by  .......... (124.120.178.56) At 2007-09-14 13:49, 

<< Home